ตอนตรวจสุขภาพประจำปีเมื่อ 2 ปีก่อนหมอเคยขอดูหน้าหลังจากอ่านผลเพราะคิดว่าตรวจผิด น้ำหนักกับความสูงของคอเลสเตอรอลดูไม่สัมพันธ์กันเท่าไหร่ (หนัก 45 สูง 156) คอเลสเตอรอลประมาณ 250 เท่าที่จำได้ (ปกติเค้าควรอยู่ที่ 150-200 เกินนี้นับว่าสูง) ก็หมอก็บอกว่าสูง ก็กำชับให้ลดมันลดทะเลลง เราก็เคๆชิลด์ๆ โอ๊ย ออกกำลังหน่อยก็คงปกติวะ
ปีที่แล้วไม่ได้ตรวจสุขภาพ ข้ามมาตรวจปีนี้เลย 03.07.2010
เช็คมะรงมะเร็ง เมมโมแกรม-เอาหน้าอกเล็กๆไปบดบี้ฉายรังสีแบบว่าเจ็บมาก และคิดว่านมน่าจะแบนลงไปอีกนิดนุงอ่ะ Y_Y ตรวจภายในครั้งแรกก็หนุกดี ปกติดี หมอผู้หญิงขำขำ
ทุกอย่างดูดีโอเคร ที่กลัวจะเป็นเบาหวานก็ไม่ น้ำตาลปกติดี
ความดันต่ำและ มาโดนตรงคอเลสเตอรอล 345 แถม LDL cholesterol (คอเลสเตอรอลชนิดเลว) ยังสูงถึง 218.16 (ปกติไม่ควรเกิน 150) โรคคนผอมจริงๆนะ ลองถามคนอ้วนๆดูสิน้อยกว่าเราทุกคนอ่ะ เพราะอะไรไม่รู้เนอะ

คราวนี้พยาบาลเรียนเชิญพบแพทย์เลยค่ะ ปล่อยไว้ไม่ได้แล้วนะคะ
ฮืออออ หมอก็ตกใจเว่อร์เลยตานี้ สั่งยาลดไขมันในเลือดให้ด่วน จัดไป 3 เดือนมาตรวจ LCL อีกที ถ้าลดได้ไม่ถึง 110 ก็คงต้องเข้าขั้นซีเรียส ให้งดนู่นนี่นั่นแถมสั่งงดเหล้าเด็ดขาดด้วย ขู่ซะ….กลัวจริงเลย
เราก็มาวิเคราะห์ตนดู คือตอนนี้เรียกว่าผอมอยู่แล้วแหละ และปกติเป็นคนไม่ทานเครื่องในสัตว์ หนังไก่ สามชั้น ปลาหมึก หอย ชีส เนย อยู่แล้ว แกงกะทินี่นานๆที มานั่งคิดดูแล้วที่น่าจะเข้าข่ายก็คงเป็นพวกของทอด เกี๊ยวทอด ลูกชิ้นทอด ไส้กรอกทอด หมูทอด ไก่ทอด อะไรแบบนี้ชอบมาก กินง่าย กินคล่อง แถมด้วย แคบหมู กากหมูเจียวนี่ของโปรดที่สุดในโลก แบบสั่งก๋วยเตี๋ยวขอพิเศษกากหมูไรงี้ u_u แต่ก็ไม่ได้กินทุกวันนี่นา ที่ต้องกินทุกวันคือ “ไข่” ขาดเจ้าดอกข้าชีวาวาย ชอบกินมาก กินได้ทุกมื้อทุกวัน บางวันตื่นมาไข่ลวก 2 ขนมปัง 1 กลางวันผัดมาม่าใส่ไข่ ตกเย็นข้าวไข่เจียวหมูสับ คือเราคิดว่ามันไม่เกี่บวอ่ะ เพราะเคยอ่านงานวิจัย ของ นพ.กรภัทร มยุระสาคร ว่าก็ทานได้ทุกวัน แถมด้วยสื่อนอกบ้างอะไรบ้าง

Goodbye my fav. breakfast at ออนล็อกหยุ่น ;(
พอปรากฎว่ามันกระฉูดขนาดนี้ เราเลยหักดิบ งดทุกอย่าง ไอ้พวกที่กินไม่เป็นอยู่แล้วก็ไม่ไปหัดกินมัน พวกที่เสี่ยงขนม ของทอด ยามว่างหน้าออฟฟิศงดหมด ตอนนี้อนุญาติให้ตัวเองกินไข่ได้อาทิตย์ละใบเดียว แต่ขโมยกินไข่ขาวจากจานเพื่อนๆได้ อิอิ เนย นม ไม่ค่อยกินแต่ดันชอบกินขนมอบ ขนมปังไส้นู่นนี่นั่น โดนัท ฯลฯ กับกาแฟทุกวันมันเลยเลี่ยงไม่ได้ที่จะรับอานิสงค์จากไขมันจากเนย นม แป้งในขนมปังนั้นไปด้วย เลยหยุดกินละ อยากมากก็กินโฮลวีทเอา
ผัก ผลไม้ที่ปกติไม่ค่อยเสพ ก็ต้องหามาทานทุกวันแทนขนมนมเนย ลดแป้ง ลดข้าว ทานถั่วๆเยอะขึ้น หมูอบ ปลาๆ ต้มๆ นึ่งๆ ซึ่งไปๆมาๆหากินยากนะเว้ย ไม่ทอด ไม่มัน ของเพื่อสุขภาพกับชีวิตสาวออฟฟิศเนี่ย!!!
นอกจากนี้ยังต้องบังคับให้ออกกำลังกายวันละ 30 นาที ไม่น้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์อีกตะหาก ดีที่ออฟฟิศมีฟิตเนส แต่ก็นะเลิกงานทุ่มแต่ไม่เคยออกจากออฟฟิศก่อน 3 ทุ่ม ฟิตเนสปิด 2 ทุ่ม ฮือออออ เลยปั่นๆจักรยาน เอา ดึกๆจากบ้านไปลานพระรูปแล้วกลับบ้าน สลบ ว่าจะว่ายน้ำก็ยังไม่ได้ว่าย หลังจากจัดบ้านใหม่ชุดว่ายน้ำหายไปไหนไม่รุ งง
ทั้งนี้ทั้งนั้นแค่ 3 อาทิตย์น้ำหนักก็ลงมาแล้ว 3 กิโล ไม่ชอบเลย เหี่ยว T_T แต่ก็ต้องรักตัวเองอ่ะนะ ทั้งที่ปกติไม่ค่อยรักตัวเองซักเท่าไหร่ในเรื่องหัวใจ แต่ความรักรักได้เองตอนเจ็บเราก็เจ็บเอง เจ็บคนเดียว ร้องไห้คนเดียวได้ไง แต่พอเป็นเรื่องสุขภาพมันซีเรียสตรงที่ ตอนนี้เรานั่งอยู่เฉยๆเนี่ย เรามีสิทธิ์ล้มไปได้ทุกเวลา เพราะไขมันมันคงเกาะอยู่ตามผนังเส้นเลือด ไม่รู้เส้นเลือดขอด เปราะ ตีบอยู่ตรงไหนบ้าง และยิ่งตัวเองปรี๊ดง่าย เครียดง่ายอยู่ด้วยแล้ว หัวใจวายตายไปเลยไม่เท่าไหร่ เกิดเส้นเลือดในสมองแตกแล้วดันรอด เป็นง่อย เป็นอัมพาตไป ต้องเป็นภาระให้พ่อแม่มาดูแลอีก บาปกรรมเปล่าๆ ชาตินี้ยังดูแลบุพการีได้ไม่ถึง 10% ที่เค้าเลี้ยงเรามาเลยอ่ะ ไม่เอาแบบนั้นนะ
บอกเพื่อนๆว่าเพราะเหตุนี้แหละเราเลยเคร่งมากจนเครียดในบางที เพื่อนบอกว่าเอางี้ ถ้าล้มไปแล้วยังรู้สึกตัวบ้างก็บอกทุกคนว่าไม่ต้องสนใจค่ะ ไม่ต้องช่วยชีวิตหนู เอ่อ….แล้วถ้าหมดสติไปอ่ะ? เพื่อนก็บอกอีกว่า…เขียนในกระเป๋าไว้ dear ปอเต็กตึ๊ง ไม่ต้องการการกู้ชีพค่ะ ปล่อยให้ฉันตายไปเถอะหนา ถ้ากลัวเค้าไม่เจอก็สักไว้ที่อกเลย ไม่ต้องช่วยชีวิต ไม่มีเงินจ่าย ไม่อยากเป็นภาระบุพการี … เออ ก็ดีเนอะ
บทความที่น่าสนใจ