หลังจากทำตัวเป็นสัตว์สังคมในโลกออนไลน์
ทั้ง Facebook ทั้ง Twitter เราก็เลยไม่ได้ทั้งอัพได อัพบล็อค ทิ้ง Hi5 , MySpace ร้างอย่างช่วยไม่ได้ ก็แวะเข้าไปตบหัว ลูบหลังมันอยู่บ้าง แต่ก็หาได้มีปฏิสัมพันธ์ใดๆกับมันไม่ น่าสงสารจริงๆมันคงเหงาบ้างอะไรบ้าง ตอนเห่อก็เห่อซะ ใช้เป็นถังขยะ เป็นที่ระบาย ที่พบปะของคนชอบอะไรเหมือนๆกัน
มหัศจรรย์ของโลกไร้สายที่ไม่มีอะไรหยุดมันได้
เมื่อก่อนเรานอนคุยโทรศัพท์จีบกันที่บ้านนานเป็นชั่วโมงๆ
เราเคยเล่นวิทยุสมัครเล่น(ว.)คุยกับเพื่อนๆข้ามจังหวัด
เราเคยมี icq มี Floppy disk
มีเวปบอร์ดของค่ายเพลงที่รักกับกรุ๊ปปี้ที่คุ้นเคยกันตั้งแต่ก่อนคำว่ากรุ๊ปปี้จะดังในเมืองไทย
เคยมีเวปอัพรูปที่ต้องถ่ายฟิล์ม ล้าง อัด แล้วมานั่งสแกนทีละรูปก่อนอัพ ดูน่ารักในความพยายามดี
วันนี้เรามีโทรศัพท์มือถือ เดินคุยที่ไหนก็ได้
แล้วยังถ่ายรูปได้ ฟังเพลงได้ ออนไลน์ได้ ติดต่อกันได้ตลอดเวลา
เราไม่จำเป็นต้องนัดกันหน้าโรงหนัง ตอนบ่าย 2 แล้วมายืนชะโงกคอยกันว่ามันไปยืนหลบมุมอยู่ตรงไหนรึเปล่าวะ? เราไม่รู้จักการรอคอย แต่ถ้าต้องคอยเราก็เล่นเกมส์ในมือถือ ตั้งStatus ด่าคนที่ทำให้รอในFacebook ถามหาร้านอร่อยแถวนั้นจากTwitterได้
เราเชื่อว่าทุกอย่างเป็นวัฎจักร
เหมือนเพลงและแฟชั่นที่เปลี่ยนไปแล้วก็วนกลับมานิยมแบบที่เคย แต่สำหรับโลกออนไลน์เรานึกภาพไม่ออกเลยว่ามันจะวนกลับไปอยู่จุดเดิมก่อนหน้านั้นได้เช่นไร?
มหันตภัยของวงการเพลงเมื่อโลกอินเตอร์เนทเบ่งบาน
ค่ายเมเจอร์ล้มหาย ค่ายเพลงเล็กโดนกระแสเทปผีซีดีเถื่อนกลืนกิน อันนี้โทษวิวัฒนาการไม่ได้ มันอยู่ที่จิตสำนึก คนที่เชื่อในสิ่งที่ทำและทำในสิ่งที่เชื่อก็ยังคงต้องมีอยู่บนโลกนี้ ถึงแม้จำนวนยอดเทป ไม่สิ เดี๋ยวนี้มีแต่ยอดซีดี ที่ลดลงกว่า 70% จากสมัยอัลเทอร์เนทีฟบูมช่วงนั้น แต่เราจะมัวโทษดินโทษฟ้าเศรษฐกิจและวิวัฒนาการได้อย่างไร? คนที่รักก็ทำในสิ่งที่รัก ทำแผ่นราคาถูกบ้าง เน้นแพ็คเกจบ้าง เพิ่มinteractive เข้าไปในซีดีบ้าง หาวิธีขายอัลบั้มออนไลน์ให้ค่ายมือถือ ซึ่งก็เหมือนซื้อ Master จากเราแล้วเอาไปให้ผู้บริโภคโหลดฟรี แต่กระนั้นคนก็ยังโหลดเถื่อนกันอยู่ดี (เรื่องนี้เข้าไม่ถึงจริงๆเพราะทำงานค่ายเพลงและวิทยุมาตลอดไม่เคยโหลดเถื่อนเลย แต่พอย้ายมาทำงานด้านดิจิตอลก็ให้ตกใจทุกคนโหลดกระจายไว้ใน server ให้เลือกหยิบ หนังก็มี เพลงก็เพียบ Amazingและเศร้าใจมากมาย T__T กว่าจะออกมาแต่ละเพลงนะ…นั่นว่าแล้วเพลงใหม่ Boyd-Nop ก็ลอยมา เศร้าโว๊ยยยย )
เมื่อโลกหมุนไปเราก็ต้องหมุนตาม
ยังมีคนอีกหลายหยิบมือที่นิยมฟังเพลงจากแผ่นเสียง คลั่งไคล้ในซาวน์ดีๆ มากกว่า mp3 หรือไฟล์ดาดๆ เปิดออกลำโพงแล้วเสียงแย่ชิบเป๋ง แต่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจไง โลกมันหยาบไปกันใหญ่ ผิวๆ คิดง่ายๆ ลอกง่ายๆ ทำง่ายๆ ไม่เห็นต้องแคร์ใครแค่วิ่งตามกระแสก็ไม่ทัน ทำไมต้องสนใจอะไรรอบข้าง
บอกแล้วว่ามันเป็นเรื่องของจิตสำนึก
ทำไมเราลืมกล้องดิจิตอลไว้กลางสวนสาธารณะในประเทศญี่ปุ่น 3 ชั่วโมงผ่านไปมันก็ยังอยู่ที่เดิม
ทำไมเวปไซต์เกาหลีญี่ปุ่นถึงเข้มงวดเรื่องลิขสิทธิ์รูปและภาพคนในเวปไซต์นัก
ทำไมทุกคนรู้ว่าเราไม่ควรถือแผ่นไรท์แผ่นปลอมเข้าไปยุโรป ไม่ถือกระเป๋าก๊อปแบรนด์ดังในฝรั่งเศส
ประเทศเรามันง่ายๆ ง่ายมานานจนชินและอาจจะกลายเป็น Culture ของเราไปแล้ว แต่มันก็เป็นเสน่ห์ที่น่าหยิก ซึ่งเราก็รักและเข้าใจที่มันเป็นอย่างนั้น ที J-Pop/ K-Pop มานั่งตากแดดตากฝนรอกันได้เป็นหลายชั่วโมงเพราะมันเป็นศรัทธาของเค้า แล้วเชื่อเลยว่าเด็ก(และไม่เด็ก)เหล่านั้นซื้อของจริงของศิลปินที่เค้าชื่นชอบแน่นอน
ทำยังไงศิลปินที่เรารักจะได้รับศรัทธาหนาแน่นเช่นนั้นบ้าง?
ทำมันต่อไปเพื่อนๆศิลปินทั้งหลาย อาจจะไม่เห็นผล ไม่ได้ขายดีในตอนนี้ แต่คงจะมีสักวันที่วงล้อหมุนเวียนกลับมา แล้วเราจะมารีมาสเตอร์ขายกันใหม่ อย่างสุดยอดปรมาจารย์ของศิลปินหลายคนบนโลก
The Beatles Remastered
ที่เล่นเรื่องตัวเลขเหมือนกันเพราะวางแผงไปเมื่อ 09.09.09 ที่ผ่านมา
(วันเดียวกับการวางแผงของ “The Beatles: Rock Band” PS Games)

The Beatles Remastered mono
กว่า 22 ปีผ่านไป สี่เต่าทองนำเพลงทั้งหมดมารีมาสเตอร์ รวมเป็น 2 ชุด Stereo และ Mono ชุดละประมาณ 7,000 – 8,000 บาท ซึ่งแฟนตัวจริงเห็น Packaging แล้วก็คงต้องน้ำลายหกแล้วตัดใจเอากลับบ้านไปนอนกอดทั้ง 2 ชุด

The Beatles Remastered Stereo
อนาล็อคและดิจิตอล ผสมกับความเป็นตัวจริงยังไง
Rock Never Die ก็อย่างนั้น..
The Beatles Remasters:
Please Please Me
With the Beatles
A Hard Day’s Night
Beatles for Sale
Help!
Rubber Soul
Revolver
Sgt. Pepper’s Lonely Hearts Club Band
Magical Mystery Tour
The Beatles (The White Album)
Abbey Road
Let It Be
Past Masters
Yellow Submarine