Posted by: nimiko | 04/11/2009

22 ํ C in Bkk.

จู่ๆกรุงเทพฯก็หนาวเย็นลงอย่างรวดเร็ว
เข้าเดือนพฤศจิกาแล้ว  แต่ฝนก็ยังปรอยลงมาอยู่..ชอบอากาศแบบนี้

ฟังเพลงก็เพราะ อารมณ์ก็ดี
ประเทศที่เค้าอากาศดีดีเค้าถึงทำเพลงชิลด์ๆเพราะๆกันออกมาได้ตลอดปีนี่เองเนอะ  เห็นเพื่อนๆนักดนตรีจับกีต้าร์เขียนเพลงใหม่กันใหญ่เลยช่วงนี้  รู้สึกดี..ดีที่เห็นผู้คนอารมณ์ดี

เพลงนี้เพราะจับใจวันนี้ฟังไปหลายสิบรอบแล้ว
:)

Splendor in the Grass by Pink Martini

I can see you’re thinking baby
I’ve been thinking too
about the way we used to be
and how to star a new

Maybe I’m a hopeless dreamer
maybe I’ve got it wrong
but i’m going where the grass is green
if you like to come along

Back when i was starting out
I always wanted more
but every time I got it
I still felt just like before

Fortune is a fickle friend
I’m tired of chasing fate
and when I look into your eyes
I know you feel the same

All these years of living large
are starting to do a sin
I wont say it wasn’t fun
but now it has to end

Life is moving oh so fast
I think we should take it slow
rest our heads upon the grass
and listen to it grow

Going where the hills are green
and the cars are few and far
days are full of splendor
and at night you can see the stars

Life’s been moving oh so fast
I think we should take it slow
rest our heads upon the grass
and listen to it grow

หลังจากทำตัวเป็นสัตว์สังคมในโลกออนไลน์
ทั้ง Facebook ทั้ง Twitter เราก็เลยไม่ได้ทั้งอัพได  อัพบล็อค ทิ้ง Hi5 , MySpace ร้างอย่างช่วยไม่ได้  ก็แวะเข้าไปตบหัว ลูบหลังมันอยู่บ้าง  แต่ก็หาได้มีปฏิสัมพันธ์ใดๆกับมันไม่  น่าสงสารจริงๆมันคงเหงาบ้างอะไรบ้าง  ตอนเห่อก็เห่อซะ  ใช้เป็นถังขยะ เป็นที่ระบาย ที่พบปะของคนชอบอะไรเหมือนๆกัน

มหัศจรรย์ของโลกไร้สายที่ไม่มีอะไรหยุดมันได้
เมื่อก่อนเรานอนคุยโทรศัพท์จีบกันที่บ้านนานเป็นชั่วโมงๆ
เราเคยเล่นวิทยุสมัครเล่น(ว.)คุยกับเพื่อนๆข้ามจังหวัด
เราเคยมี icq  มี Floppy disk
มีเวปบอร์ดของค่ายเพลงที่รักกับกรุ๊ปปี้ที่คุ้นเคยกันตั้งแต่ก่อนคำว่ากรุ๊ปปี้จะดังในเมืองไทย
เคยมีเวปอัพรูปที่ต้องถ่ายฟิล์ม ล้าง อัด แล้วมานั่งสแกนทีละรูปก่อนอัพ ดูน่ารักในความพยายามดี

วันนี้เรามีโทรศัพท์มือถือ  เดินคุยที่ไหนก็ได้
แล้วยังถ่ายรูปได้ ฟังเพลงได้ ออนไลน์ได้ ติดต่อกันได้ตลอดเวลา
เราไม่จำเป็นต้องนัดกันหน้าโรงหนัง ตอนบ่าย 2 แล้วมายืนชะโงกคอยกันว่ามันไปยืนหลบมุมอยู่ตรงไหนรึเปล่าวะ?  เราไม่รู้จักการรอคอย  แต่ถ้าต้องคอยเราก็เล่นเกมส์ในมือถือ  ตั้งStatus ด่าคนที่ทำให้รอในFacebook   ถามหาร้านอร่อยแถวนั้นจากTwitterได้

เราเชื่อว่าทุกอย่างเป็นวัฎจักร
เหมือนเพลงและแฟชั่นที่เปลี่ยนไปแล้วก็วนกลับมานิยมแบบที่เคย  แต่สำหรับโลกออนไลน์เรานึกภาพไม่ออกเลยว่ามันจะวนกลับไปอยู่จุดเดิมก่อนหน้านั้นได้เช่นไร?

มหันตภัยของวงการเพลงเมื่อโลกอินเตอร์เนทเบ่งบาน

ค่ายเมเจอร์ล้มหาย  ค่ายเพลงเล็กโดนกระแสเทปผีซีดีเถื่อนกลืนกิน อันนี้โทษวิวัฒนาการไม่ได้  มันอยู่ที่จิตสำนึก  คนที่เชื่อในสิ่งที่ทำและทำในสิ่งที่เชื่อก็ยังคงต้องมีอยู่บนโลกนี้   ถึงแม้จำนวนยอดเทป  ไม่สิ เดี๋ยวนี้มีแต่ยอดซีดี ที่ลดลงกว่า 70% จากสมัยอัลเทอร์เนทีฟบูมช่วงนั้น  แต่เราจะมัวโทษดินโทษฟ้าเศรษฐกิจและวิวัฒนาการได้อย่างไร?  คนที่รักก็ทำในสิ่งที่รัก  ทำแผ่นราคาถูกบ้าง  เน้นแพ็คเกจบ้าง เพิ่มinteractive เข้าไปในซีดีบ้าง  หาวิธีขายอัลบั้มออนไลน์ให้ค่ายมือถือ  ซึ่งก็เหมือนซื้อ Master จากเราแล้วเอาไปให้ผู้บริโภคโหลดฟรี  แต่กระนั้นคนก็ยังโหลดเถื่อนกันอยู่ดี  (เรื่องนี้เข้าไม่ถึงจริงๆเพราะทำงานค่ายเพลงและวิทยุมาตลอดไม่เคยโหลดเถื่อนเลย  แต่พอย้ายมาทำงานด้านดิจิตอลก็ให้ตกใจทุกคนโหลดกระจายไว้ใน server ให้เลือกหยิบ  หนังก็มี เพลงก็เพียบ Amazingและเศร้าใจมากมาย T__T กว่าจะออกมาแต่ละเพลงนะ…นั่นว่าแล้วเพลงใหม่ Boyd-Nop ก็ลอยมา  เศร้าโว๊ยยยย )

เมื่อโลกหมุนไปเราก็ต้องหมุนตาม
ยังมีคนอีกหลายหยิบมือที่นิยมฟังเพลงจากแผ่นเสียง  คลั่งไคล้ในซาวน์ดีๆ  มากกว่า mp3 หรือไฟล์ดาดๆ เปิดออกลำโพงแล้วเสียงแย่ชิบเป๋ง  แต่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจไง  โลกมันหยาบไปกันใหญ่  ผิวๆ คิดง่ายๆ  ลอกง่ายๆ ทำง่ายๆ ไม่เห็นต้องแคร์ใครแค่วิ่งตามกระแสก็ไม่ทัน  ทำไมต้องสนใจอะไรรอบข้าง

บอกแล้วว่ามันเป็นเรื่องของจิตสำนึก
ทำไมเราลืมกล้องดิจิตอลไว้กลางสวนสาธารณะในประเทศญี่ปุ่น 3 ชั่วโมงผ่านไปมันก็ยังอยู่ที่เดิม
ทำไมเวปไซต์เกาหลีญี่ปุ่นถึงเข้มงวดเรื่องลิขสิทธิ์รูปและภาพคนในเวปไซต์นัก
ทำไมทุกคนรู้ว่าเราไม่ควรถือแผ่นไรท์แผ่นปลอมเข้าไปยุโรป ไม่ถือกระเป๋าก๊อปแบรนด์ดังในฝรั่งเศส

ประเทศเรามันง่ายๆ ง่ายมานานจนชินและอาจจะกลายเป็น Culture ของเราไปแล้ว  แต่มันก็เป็นเสน่ห์ที่น่าหยิก  ซึ่งเราก็รักและเข้าใจที่มันเป็นอย่างนั้น  ที J-Pop/ K-Pop มานั่งตากแดดตากฝนรอกันได้เป็นหลายชั่วโมงเพราะมันเป็นศรัทธาของเค้า  แล้วเชื่อเลยว่าเด็ก(และไม่เด็ก)เหล่านั้นซื้อของจริงของศิลปินที่เค้าชื่นชอบแน่นอน

ทำยังไงศิลปินที่เรารักจะได้รับศรัทธาหนาแน่นเช่นนั้นบ้าง?

ทำมันต่อไปเพื่อนๆศิลปินทั้งหลาย  อาจจะไม่เห็นผล ไม่ได้ขายดีในตอนนี้  แต่คงจะมีสักวันที่วงล้อหมุนเวียนกลับมา  แล้วเราจะมารีมาสเตอร์ขายกันใหม่  อย่างสุดยอดปรมาจารย์ของศิลปินหลายคนบนโลก

The Beatles Remastered

ที่เล่นเรื่องตัวเลขเหมือนกันเพราะวางแผงไปเมื่อ 09.09.09 ที่ผ่านมา
(วันเดียวกับการวางแผงของ “The Beatles: Rock Band” PS Games)

The Beatles Remastered mono

The Beatles Remastered mono

กว่า 22 ปีผ่านไป  สี่เต่าทองนำเพลงทั้งหมดมารีมาสเตอร์  รวมเป็น 2 ชุด Stereo และ Mono ชุดละประมาณ 7,000 – 8,000 บาท ซึ่งแฟนตัวจริงเห็น Packaging แล้วก็คงต้องน้ำลายหกแล้วตัดใจเอากลับบ้านไปนอนกอดทั้ง 2 ชุด

The Beatles Remastered Stereo

The Beatles Remastered Stereo

อนาล็อคและดิจิตอล ผสมกับความเป็นตัวจริงยังไง
Rock Never Die ก็อย่างนั้น
..

The Beatles Remasters:

Please Please Me
With the Beatles
A Hard Day’s Night
Beatles for Sale
Help!
Rubber Soul
Revolver
Sgt. Pepper’s Lonely Hearts Club Band
Magical Mystery Tour
The Beatles (The White Album)
Abbey Road
Let It Be
Past Masters
Yellow Submarine

Posted by: nimiko | 29/08/2009

Escape…

วิธีการจัดห้องนอนอันแสนรกของข้าพเจ้าคือ
1. รอให้รกเต็มที่
2. รอวันที่ไม่มีคนอยู่บ้านนานๆ
3. รออารมณ์ขี้เกียจหายไป
4. เริ่มยกของทุกอย่าง(ทุกสิ่งอย่าง)ออกจากห้อง
5. ปัด กวาด เช็ด ถู แล้วนอนดมกลิ่นพื้นไม้ในห้องโล่งๆหนึ่งวัน
6. หลังจากนั้นก็ทยอยยกของเข้ามาจัดที่ละกล่อง สองกล่อง ทีละถุง สองถุง จนหมด
ชอบให้ห้องโล่งๆ  แต่ช่วยไม่ได้ที่มีของมากมายเหลือเกิน

………………..

เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกตัวว่าได้ยินเสียงรอบข้างดังกว่าเสียงหัวใจตัวเอง
คุณก็แค่ต้องทิ้งทุกอย่าง  พักมันไว้  หันหลังหนีไปจากปัจจุบัน
ออกเดินทางหาที่สงบสบาย  ที่ที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย
ไม่มีอินเตอร์เนท  ไม่มีสัญญาณมือถือ  ไม่มีคนรู้จัก
นั่งลงสิ…หลับตาซะ
ตั้งใจฟังเสียงของหัวใจ…คุยกับมันบ้าง
นานๆที  มันก็ต้องการแค่นั้น
เอาแต่ใจบ้าง อยากให้เอาใจมันบ้าง
ทุกอย่างไม่ต้องหาเหตุผลให้มันเสมอไป
หลายครั้งมันมักจะเป็นเรื่องหัวใจอย่างช่วยไม่ได้
การรักใครโดยไม่เจ็บปวดเลย…ดูจะเป็นเรื่องยากจริงๆ
วิ่งตามกันมันเหนื่อย
เดินตามกันก็ไม่ทัน
เดินจูงมือกันก็ขวางทางคนอื่น
เดินห่างๆกันบ้าง…
หวังว่าคงไม่ห่างออกไปเรื่อยๆ

ได้เวลาแล้ว..เดี๋ยวมานะ ;)

นี่รูปภาพจากการเดินทาง One Night Trip Alone ;)


อะไรคือแรงบันดาลใจของคุณ?
และคุณคือแรงบันดาลใจของใคร?

เพราะความ Original ของคุณเท่านั้น
ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้

ใช้แรงบันดาลใจกับมุมมองที่แตกต่าง

ดีไซน์นาฬิกาที่แสดงความเป็นคุณ
ผ่านการออกแบบหน้าปัดนาฬิกา
ชิงเงินรางวัลและผลงานได้รับการผลิตจริง ใน
Vanabe “Originally Yours,” Design Contest
รายละเอียดเพิ่มเติม  www.vabenedesigncontest.com

วันนี้จะมาสอนเพื่อนๆทำกุ้งอบวุ้นเส้นสูตรที่บ้าน
ไม่ได้ใช้ โลโบ้ เพราะที่บ้านไม่เคยใช้โลโบ้เลยไม่รู้ว่ามันทำไงอ่ะนะ

สูตรนี้ง่ายมากๆ ทำง่าย กินง่าย ไม่อ้วน(มากเท่าไหร่:p)
อนึ่งส่วนผสม…
1.กุ้งแม่น้ำ 2-3 ตัวต่อ 1 หม้อ
วันนี้ใช้ขนาด 10-12 ตัวโล จริงๆจะใช้แชบ๊วยหรืออะไรก็ได้  มีไรก็ใส่ไปง่ายๆ
2.รากผักชี โขลกกับกระเทียมและพริกไทย
อันนี้คุณนายแม่ทำให้  รู้สึกจะหนักพริกไทยมากไปหน่อยแต่ก็โอเคพออภัยได้
3.แม๊กกี้ หรือ ซีอิ๊วขาวก็ได้
4.น้ำมันหอย
5.น้ำมันพืช
6.ไข่ 2 ฟอง
7.ต้นหอมและคึ่นช่าย หั่น 1 นิ้ว
8.เกือบลืม วุ้นเส้นแช่น้ำ
วุ้นเส้นท่าเรือของฝากจากเมืองกาญฯเราว่าดีสุด  อย่าลืมตัดเป็นท่อนๆเดี๋ยวยาวเกินติดคอ

ingredient

ingredients

ลงมือทำกันเลย
1.ตั้งหม้อไฟอ่อนใส่น้ำมันนิดหน่อยพอร้อนใส่กุ้งลงไปก่อน

crawfish into the pan

crawfish into the pan

2.ระหว่างนั้นก็มาผสม รากผักชีกะเทียมพริกไทย กับน้ำมันหอย น้ำมันพืชและแม๊กกี้ให้เข้ากัน

3.ใส่วุ้นเส้นลงไปคลุกกับส่วนผสมในข้อที่ 2 ให้ถ้วนทั่ว  ไม่ใส่ผงชูรสนะไม่รู้จะใส่ทำด๋อยอะไรทำอาหารกินเองที่บ้าน

4.เชคๆเขย่าหม้อกุ้งนิดหน่อย  ใส่วุ้นเส้นที่คลุกแล้วลงไปปิดฝาอบต่อ

5.เชคๆกลับด้าน  ตีไข่ราดลงไปอบต่อจบได้ที่

6.ใส่ผักคึ่นช่าย ต้นหอม ปิดฝาหม้อ นับ 1 ถึง 28 โอเคกินได้

ง่ายสุดๆไปเล้ย  เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี ทำทุกทีไม่ค่อยมีใครกินกุ้งเท่าไหร่เพราะมันร้อนและคงขี้เกียจแกะ  วุ้นเส้นหมดก่อนทุกครั้ง  ขอเสนอว่าควรทำน้ำจิ้มซีฟู๊ดไว้จิ้มกุ้งกินหลังวุ้นเส้นโดนปล้นด้วยจะดีมาก

Yummy!

Yummy!

หน้าตาบ้านๆแต่รสชาดพอได้นะ :)

Posted by: nimiko | 06/05/2009

there is a slideshow

Today was the day
For dancing and for singing
The birds in the trees
and all the bells are ringing

The sun in the sky
Is bright as bright as second side/sight
Is bright oh God I hope I’m alright
Cause I’m gonna cry

Hold on, hold on
Slow down, slow down

You’re out of touch
Out of touch


Cause there is no design for life
There’s no devils haircut in my mind
There is not a wonderwall
to climb or step around

But there is a slideshow and it’s so slow
Flashing through my mind
Today was the day
But only for the first time

Cause there is no design for life
There’s no devils haircut in your mind
There is not a wonderwall
to climb or step around
But there is a slideshow and it’s so slow
Flashing through your mind

Today is the day
But only for the first time
I hope it’s not the last time

Posted by: nimiko | 20/03/2009

เมา

ทำไมเวลาคนเราเมาแล้ว…

ต้องเปลี่ยนไป

จากเงียบๆ – ก็โวยวาย

จากเรียบร้อย – กลายเป็นคนหาเรื่อง

จากหงิมๆ – ก็ปีนไปเต้นบนโต๊ะ

จากคนโจ๊ะๆ – ก็นั่งร้องไห้

จากคนที่ดูร้าย – ก็เพิ่งรู้ว่าอ่อนแอ

จากคนที่ดูว่าแย่ – ก็เพิ่งรู้ว่าดูแลคนอื่นเป็น

แล้วทำไม….คนเราชอบบอกรักกันตอนเมา

ทำไม…ต้องโทร.หาแฟนเก่าเวลาเมาด้วยวะ???….อืมมมมม

i think it’s wrong….but i dont know i maooo

จริงๆก็เป็นคนชอบทานข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นอยู่แล้ว
เมื่อไหร่ที่ได้เข้าร้านอาหารญี่ปุ่นก็ต้องเมนูนี้เป็นหลักง่ายๆ  ถูกใจ แต่ก็ใช่ว่าจะถูกเงิน อิอิ

อันว่าหม้อที่ทำนี่
จับจ่ายไปเป็นจำนวนเงินพอๆกับไปกินข้าวแกงกะหรี่ตามร้านอาหารญี่ป่น 1 จาน  แต่นี่ได้มา 1 หม้อ แถมกินคนเดียวอีก  เอาให้เบื่อไปเลยเดือนนี้ :p

เคล็ดลับเค้าก็มีกันหลายสูตร
อย่าง แอปเปิ้ล  กล้วย  ผงกาแฟ หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทุบหยาบๆเพิ่มความมัน เหมือนในรายการที่เราดูก็ได้  ก็แล้วแต่อะไรมีในบ้านก็ใส่ๆไป  กินได้กินดีมีประโยชน์และยิ่งหนาวๆเช่นนี้ด้วยแล้ว  อูย  กรุ่นๆ

อ้อ…ถ้าชอบน้ำแบบข้นหน่อยก็เอาแป้งมาละลายน้ำแล้วใส่ลองไปนิดนึงพอหนืดๆได้นะคะ  แต่วันนี้เราว่าแบบนี้เราโอเคแล้วหล่ะ  ทิ้งไว้ข้ามคืนทุกอย่างก็เข้าเนื้อกันดี  สีเข้มขึ้นเล็กน้อย

ลองทำหน้าออมเล็ตดูวันนี้…ชอบอยู่แล้วเมนูไข่
ในรายการเค้าตีไข่และใส่เต้าหู้สดแบบญี่ปุ่นลงไปชิ้นนึงแล้วตีให้เข้ากัน  ทอดออกมาน่ากินดูนุ่มนิ่มมาก  แต่วันนี้ไม่มี  คืออิเซตันมันมีแต่ก้อนใหญ่นะ  เราเอามาใช้นิดเดียวเหลือแน่นอน  เหมือนโยเกิร์ตของเราจริงๆก็ควรใช้โยเกิร์ตทำอาหารแบบธรรมชาติไม่ปรุงแต่ง  แต่เค้าก็ขายแพ็คใหญ่ไปซื้อมาใช้ทำแกงกะหรี่ครั้งเดียวแล้วเหลือเห็นๆ   เอาแบบง่ายๆได้อย่างใจถึงน้ำถึงเนื้อตามสไตล์เราดีกว่า

เอาเป็นว่าทำเหมือนออมเล็ตฝรั่งแล้วกัน  ใส่นมเล็กน้อย
หากะทะทอดไข่ใบเล็กไม่เจออีก  เอาใบใหญ่ตั้งไฟใส่เนย  เอาไข่ลงไปคนๆๆพอขอบสุกแล้วปิดไฟ  ม้วนๆๆ

ออกมาหน้าตาเป็นแบบนี้…อูยยยย


ได้เวลากินแว้ววววววววว

อร่อยกว่าบางร้านที่เคยกินจริงๆไม่ได้โม้  คริคริ
อ้ออีกที…ตอนชิมเมื่อคืนว่ารสพอดีแล้ว  แต่ลองกินกับข้าวดูคำนึงรู้สึกว่าต้องเข้มกว่านี้หน่อย  เลยเติมกะหรี่ก้อนไปอีก 1 ก้อน  รสชาดได้ใจ  ทั้งผักที่ชอบและไก่ กุ้งของโปรด Yummy!Yummy!


เย็นนี้จะลองเปลี่ยนจากหน้าไข่มาเป็นหน้าหมูแฮมเบอร์เกอร์ทอดดีกว่า
^^

พักนี้ทำงานเลิกดึก
กินแต่ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยวใน food court ของตึก
ตกดึกก็ข้าวกล่องกินบนออฟฟิศ  ก่อนกลับบ้าน  น่าเบื่อมาก

เสาร์ที่แล้วต้มซุปไว้กินทั้งวันเสาร์-อาทิตย์
นอนกินดูทีวีไม่ต้องออกจากบ้านให้เปลือง

วัตถุดิบจากอาทิตย์ที่แล้วยังพอเหลือ
ว่าแล้วศุกร์นี้ก็กลับบ้านเร็ว (สามทุ่ม T_T) อดใจไม่ไปกินเหล้ากับเพื่อนเพราะมันแสนไกลและเบื่อเหมือนกัน  ไปครั้งที่แล้วเจอคนประหลาดเลยกลัวไม่อยากไปร้านนั้นอีก   รีบกลับบ้านมาทำอาหารเช้าพรุ่งนี้ดีก่า

^___^
ที่กลับมาทำอาหารเช้าพรุ่งนี้ตั้งแต่คืนนี้ก็เพราะว่าอยากกิน “ข้าวแกงกะหรี่”
เนื่องมาจากดูทีวีทั้งวันทั้งคืนเมื่ออาทิตย์ก่อนนั่นเอง   รายการญี่ปุ่นเค้าทำได้น่ากินมากเลยอ่ะ  เมื่อหลายปีก่อนเคยลองทำครั้งนึงแล้วมันไม่โดนเท่าไหร่เลยไม่ทำอีก  แต่รายการนี้มันฉายซ้ำหลายรอบก็เลยจำจำแล้วก็ลองทำดูอีกทีละกันนะ

ขั้นแรกก็เตรียมหั่นผัก หั่นเนื้อ เตรียมเครื่องปรุงต่างๆนานา

เริ่มทำกันเลย…วัยรุ่นใจร้อน
อุ๊บ! แต่ทำอาหารต้องใจเย็นนะคะ  ใจร้อนไม่รุ่งฮ่ะ

นำหม้อหรือกะทะตั้งไฟ
ใส่น้ำมันมะกอก  เอากุ้งที่ปอกเปลือกพร้อมเปลือกและหัวลงผัด
ไม่ค่อยชอบกินหมูก็เลยใช้ไก่แทน

จริงๆในทีวีเค้าเป็นกะหรี่กุ้งแต่เราชอบกุ้งกับไก่ก็เลยใส่มันเข้าไป
ผัดจนกุ้งพอสุกก็แยกกุ้งและไก่ขึ้นมา..หอมฉุยๆ

เอาน้ำสะอาดใส่ลงไปต้มกับเปลือกและหัวกุ้งต่อเป็นน้ำสต๊อก  ใส่เกลือปรุงรสนิดหน่อย

ระหว่างนี้ก็หุงข้าว  ข้าวญี่ปุ่นเม็ดสั้นอวบอัด
เปิดโยเกิร์ตมากินเล่น พร้อมช็อคโกแลตที่เหลือจากทำขนมครั้งก่อน :p

พอน้ำซุปได้ที่ก็กรองเอากากออกเก็บน้ำซุปไว้
นำหม้อตั้งไฟต่อ  ใส่น้ำมันมะกอกหรือเนย
เอาหอมใหญ่ เบคอนและแครอทที่หั่นเต๋าเล็กลงผัด

สีสันสวยงาม…เสร็จแล้วใส่กะหรี่ก้อนของญี่ปุ่นเค้าลงไป

วันนี้ใช้กล่องนี้  ความเผ็ดระดับ 5 แต่ไม่เผ็ดหรอก:p  ใส่ไป 4 ก้อนพอก่อน

ผัดพร้อมซอสมะเขือเทศ  จริงๆต้องใส่ผงกะหรี่  แต่ไม่มี…ไม่เป็นไร

แล้วก็ใส่มันฝรั่งและมะเขือเทศหั่นชิ้นๆตามลงไปผัดพอหอมปากหอมคอ

ก็เติมน้ำสต๊อกกุ้งลงไป…

พอเดือดๆก็ชิม  ขาดไรใส่ลงไปตามใจเลย
เช่น ขาดหวานก็ใส่ช็อคโกแลตลงไป  ตามด้วยโยเกิร์ตที่กินอยู่เมื่อกี๊  อิอิ อันนี้เอาเคล็ดมาจากเนท  ในรายการเค้าไม่ได้บอกให้ใส่หรอก  แต่รสมันเข้มข้นโอเคอยู่แล้ว  เราก็ใส่ลงไปแค่นี้ แหละ  เพราะอยากรู้ว่าจะเป็นเช่นไร

ชิมอีกครั้ง…โอว  อร่อยเลิศ
เคี่ยวต่อไปสักพัก  ก็ต้องตัดใจจากกลิ่นหอมฉุย (เพราะเค้าว่าทิ้งไว้ข้ามคืนจะอร่อยขึ้นเยอะ)  ปิดไฟ ปิดฝาหม้อไว้ มาอัพบล็อค

พรุ่งนี้สายๆเราเจอกัน ><

Posted by: nimiko | 23/11/2008

อยากดู

แค่หนังตัวอย่างก็น้ำตาไหล Y_Y

ดันถ่ายที่แม่ฮ่องสอน ปางอุ๋งอีก…ตอกย้ำกันเข้าไป

หนาวนี้ตายแน่กู T_____________T~~~

Older Posts »

Categories